วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

Networking Animations

--ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์ไว้กับSwitch หากต้องการจะสั่งทำงาน ก็สามารถสั่งทำงานโดยคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ แต่ถ้าหากเราบันทึกข้อมูลไว้ที่คอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งแต่ไม่ได้บันทึกไว้ที่Sever หากเราจะไปเปิดใช้ไฟล์ของเราที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เราก็จะไม่สามารถใช้ไฟล์ที่เราบันทึกไว้ได้
--Routing Protocol คือโพรโทคอลที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนRouting Tableระหว่างอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆที่ทำงานในระดับ Network Layer (Layer 3) เช่น Router เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถส่งข้อมูล (IP packet) ไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางได้อย่างถูกต้อง โดยที่ผู้ดูแลเครือข่ายไม่ต้องแก้ไขข้อมูล routing table ของอุปกรณ์ต่างๆตลอดเวลา เรียกว่าการทำงานของ Routing Protocol ทำให้เกิดการใช้งาน Dynamic Routing ต่อระบบเครือข่าย
--TCP (Transmission Control Protocol) เป็นโพรโตคอลที่ทำงานโดยอาศัย IP ในขณะที่ IP เป็นตัวจัดการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องสามารถติดต่อสื่อสารกันไปมาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และทำหน้าที่ในการอนุญาตให้แอพลิเคชันแต่ละชนิดของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถติดต่อกันได้
--TCP Multiplexing ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยทำหน้าที่เชื่อมต่อเซิร์ผเวอร์แคชและการจัดส่งเนื้อหา
--Hub เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลาง ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เข้าด้วยกัน ใช้ในการต่อLANแบบดาว เมื่อได้รับข้อมูลจาก Port ใดๆ ก็จะกระจายข้อมูลไปยังทุกช่องที่เชื่อมต่อมันอยู่ ถ้าเป็นช่องที่กำหนดไว้ก็จะสามารถรับข้อมูลได้ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะไม่สามารถรับข้อมูลได้
--แต่ถ้าเกิดว่าเรามีเครื่องSeverไว้เก็บข้อมูล หากเราจะไปเปิดใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เราก็จะสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่เราบันทึกไว้ได้ทันที
--ARP (Address Resolution Protocol) เป็นโปรโตคอลสำหรับการจับคู่(map)ระหว่าง Internet Protocol address (IP address) กับตำแหน่งของอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย
--DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) เป็นโปรโตคอลที่ให้ผู้บริหารเครือข่ายจัดการส่วนกลางและกำหนด Internet Protocol address โดยอัตโนมัติในเครือข่าย การใช้กลุ่มอินเตอร์เน็ตของโปรโตคอล (TCP/IP) แต่ละเครื่องสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตโดยต้องการ IP address แบบไม่ซ้ำ เมื่อมีการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ผู้ใช้เชื่อมเข้ากับอินเตอร์เน็ต จะต้องกำหนด IP address ให้แต่ละเครื่อง ถ้าไม่ใช้ DHCP การกำหนด IP address ต้องป้อนเข้าเอง รวมถึงเมื่อมีการย้ายตำแหน่งไปยังส่วนอื่นของเครือข่ายก็จะต้องป้อน IP address ใหม่ DHCP จะให้ผู้บริหารเครือข่ายดูแลและกระจาย IP address จากจุดศูนย์กลางและส่ง IP address อย่างอัตโนมัติเมื่อการต่อเครื่องใหม่เข้าสู่เครือข่าย
--Subnet คือ Parameter อีกตัวหนึ่งที่ต้องระบุควบคู่กับหมายเลข IP Address หน้าที่ของมันคือแบ่ง IP address ที่ได้มาให้เป็นกลุ่มย่อย ช่วยในการแยกแยะว่าส่วนใดภายในหมายเลข IP Address เป็น Network Address และส่วนใดเป็นหมายเลข Host Address ดังนั้น ท่านจะสังเกตได้ว่า เมื่อเราระบุ IP Address ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์์ เราจำเป็นต้องระบุ Subnet mask ลงไปด้วยทุกครั้ง
--ถ้าไม่มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์ จะทำให้เกิดความลำบากในเวลาที่จะสั่งพิมพ์เอกสาร ต้องเซฟข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน
--ถ้าหากเรานำเครื่องSeverมาเชื่อมต่อกับSwitchที่มีอยู่แต่Portเต็ม เราสามารถนำSwitchมาต่อเพิ่มได้
--Switch เป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมเครือข่ายแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ลักษณะทางกายภาพของSwitchจะเหมือนกันกับHubทุกอย่าง แต่จะแตกต่างที่เมื่อSwitchได้รับข้อมูลมาจาก Port ใดๆ จะสามารถวิเคราะห์แพคเกจของข้อมูล(data package)และเลือกส่งไปเฉพาะช่องที่กำหนดไว้เท่านั้น
--แม้เราจะอยู่คนละเครือข่ายกัน แต่ก็สามารถส่งข้อมูลหากันได้ แม้IP address และ Mac address จะไม่เหมือนกัน โดยจะมี Router เป็นตัวเปลี่ยน IP address และ Mac address ให้ข้อมูลสามารถส่งถึงกันได้
--User Datagram Protocol (UDP) เป็นโปรโตคอลหลักในชุดโปรโตคอลอินเตอร์เน็ต การส่งข้อมูลผ่าน UDP นั้น คอมพิวเตอร์จะส่งข้อมูลขนาดเล็กที่เรียกว่า เดต้าแกรม (datagram) ผ่านเครือข่ายไปยังเครื่องปลายทาง โดย UDP จะไม่รับประกันความน่าเชื่อถือและลำดับของเดต้าแกรม อย่างที่ TCP รับประกัน ซึ่งหมายความว่าเดต้าแกรมอาจมาถึงไม่เรียงลำดับ หรือสูญหายระหว่างทางได้
--IP packet fragmenta tion จะเกิดขึ้นเมื่อต้นทางส่ง IP packet ที่ใหญ่กว่า MTU ของลิงค์ระหว่างทาง ตัว router ที่อยุ่ระหว่างทางจึงต้องทำการ fragment ให้มีขนาดไม่เกิน MTU ของลิงค์ที่จะส่งข้อมูลออกไป

2 ความคิดเห็น: